แอร์ไม่เย็น? สาเหตุที่แอร์ทำงานหนัก และวิธีแก้ปัญหาที่ได้ผล
ตั้งแอร์ 20 องศาแล้วแต่แอร์ไม่เย็น? เปิดสาเหตุที่ทำให้แอร์ทำงานหนัก ค่าไฟพุ่ง พร้อมวิธีแก้ที่ตรงจุด
อากาศร้อนๆแบบนี้ หลายคนกลับถึงบ้านหรือเข้าออฟฟิศปุ๊บ สิ่งแรกที่ทำคือคว้ารีโมทแอร์ลด “ตั้งแอร์ 20 องศา” หรือบางคนกดลดไปถึง 18 องศา หวังจะให้ห้องเย็นฉ่ำชื่นใจแบบด่วนๆ แต่ความเป็นจริงกลับไม่เป็นอย่างที่คิด! ผ่านไปเป็นชั่วโมง ห้องก็ยังเย็นไม่ถึงจุดที่ตั้งไว้ แถมพอถึงสิ้นเดือน บิลค่าไฟกลับพุ่งสูงปรี๊ดจนน่าตกใจ
คำถามคือ… ทำไมตั้งแอร์อุณหภูมิต่ำขนาดนั้น แต่ห้องถึงยังไม่เย็น? วันนี้เรามีคำตอบ พร้อมเคล็ดลับที่จะช่วยให้บ้านคุณเย็นขึ้นแถมประหยัดค่าไฟมาฝากกัน
สาเหตุหลักที่ทำให้อุณหภูมิไม่ลดลงไปถึง องศาตามที่ตั้งไว้
สาเหตุหลัก ที่ทำให้แอร์ไม่เย็นตามที่ตั้งไว้ ไม่ใช่เพราะแอร์เสียเสมอไป แต่อาจเป็นเพราะ “สภาพอากาศด้านนอกที่ร้อนจัด” ลองจินตนาการดูว่า อากาศภายนอกบ้านอุณหภูมิสูงถึง 35-40 องศาเซลเซียส ความร้อนเหล่านี้จะถ่ายเทเข้ามาในตัวอาคารตลอดเวลาผ่านทางผนัง และโดยเฉพาะอย่างยิ่งทาง “กระจกหน้าต่างบ้าน” เมื่อความร้อนเติมเข้ามาในห้องไม่หยุดหย่อน
แอร์ของคุณจึงต้องต่อสู้กับมวลความร้อนมหาศาล การคาดหวังให้แอร์ลดอุณหภูมิจาก 40 องศา ลงมาเหลือ 20 องศา จึงเป็นเรื่องที่เกินขีดจำกัดของของแอร์ในสภาวะที่ห้องไม่สามารถกันความร้อนจากภายนอกได้
ผลเสียจากการฝืนตั้งแอร์อุณหภูมิต่ำเกินไป
- แอร์ทำงานหนักตลอดเวลา (Compressor ไม่ตัด) : นอกจากแอร์ไม่เย็นแล้ว ปกติแล้วแอร์จะตัดการทำงานเมื่อความเย็นถึงจุดที่ตั้งไว้ แต่เมื่อความเย็นไปไม่ถึง คอมเพรสเซอร์ก็จะทำงาน 100% ตลอดเวลาไม่มีการพัก ส่งผลให้ชิ้นส่วนต่างๆ เสื่อมสภาพไว และอายุการใช้งานของแอร์สั้นลง หรือ หาก Compressor ตัดก็อาจเกิดจากการที่แอร์รับไม่ไหวแล้ว
- ค่าไฟพุ่งกระฉูด : การที่แอร์ทำงานตลอดเวลาโดยไม่ตัดเลย คือสาเหตุหลักที่ทำให้ “ค่าไฟแพง” ขึ้นอย่างมหาศาล ยิ่งตั้งอุณหภูมิต่ำมากเท่าไหร่ แอร์ก็ยิ่งกินไฟมากขึ้นเท่านั้น โดยที่คุณไม่ได้รู้สึกเย็นขึ้นเลย
อ่านต่อ >> ก่อนตัดสินใจซื้อแอร์ใหม่ ลองดูเปรียบเทียบนี้ก่อนว่าติดฟิล์มคุ้มกว่าไหม?
โดยปกติแล้วโรงงานมีการตั้ง “ขีดจำกัดของสมรรถนะเครื่อง“ (Physical Limit) ในการแลกเปลี่ยนความร้อนเอาไว้ Delta T (ΔT) คือ ค่าความต่างของอุณหภูมิระหว่าง “ลมที่แอร์ดูดเข้า” กับ “ลมที่แอร์เป่าออก” ซึ่งเป็นตัวบ่งบอกสุขภาพแอร์ที่ดีที่สุด
วิธีเช็กง่ายๆ ใน 3 ขั้นตอน:
- เปิดแอร์: ตั้งอุณหภูมิที่ 25°C ทิ้งไว้ 15-20 นาที
- วัดอุณหภูมิ: วัดที่ช่องลมกลับ (ด้านบนเครื่อง) และช่องลมเย็น (ที่เป่าโดนตัวเรา)
- หาผลต่าง: เอาอุณหภูมิที่วัดได้มาลบกัน
เกณฑ์ตัดสิน :
- ต่างกัน 8°C – 12°C: “แอร์ปกติ”
- ต่างกันน้อยกว่า 8°C: “แอร์เริ่มมีปัญหา”
- ต่างกันมากกว่า 15°C: “แอร์ตัน”
การแก้ปัญหา
1. ตั้งอุณหภูมิแอร์ให้พอดีกับที่เครื่องทำได้
ในเมื่อแอร์ไม่เย็นขึ้น วิธีนี้เป็นการแก้ปัญหาเบื้องต้นที่ทำได้ทันทีโดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่ม คือการ “เลิกฝืนแอร์” ทริคการตั้งอุณหภูมิ: ให้คุณลองนำ “เทอร์โมมิเตอร์ (เครื่องวัดอุณหภูมิ)” มาวางไว้ในห้อง
เช่น คุณตั้งรีโมทแอร์ไว้ที่ 20 องศา ผ่านไปสักพักใหญ่ๆ เทอร์โมมิเตอร์ในห้องวัดได้ต่ำสุดแค่ 25 องศา (แปลว่านี่คือลิมิตที่แอร์สู้กับความร้อนภายนอกได้แล้ว)
ทางแก้คือ: ให้คุณปรับรีโมทแอร์ไปที่ 25 องศา การทำแบบนี้ อุณหภูมิความเย็นในห้องจะ “รู้สึกเท่าเดิม” (เพราะแอร์ก็ทำความเย็นได้แค่นั้นอยู่แล้ว) แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ คอมเพรสเซอร์แอร์จะเริ่มตัดการทำงาน เมื่ออุณหภูมิถึง 25 องศา ทำให้แอร์ได้พัก และช่วยประหยัดค่าไฟลงได้อย่างเห็นผลชัดเจน!
2. ติดฟิล์มกรองแสงอาคาร
การแก้ปัญหาที่ปลายเหตุอาจทำให้เสียค่าไฟฟรีๆ “การสกัดกั้นความร้อนไม่ให้เข้ามาในห้องตั้งแต่แรก” การติดฟิล์มกรองแสงอาคาร หรือ ฟิล์มติดกระจกบ้าน จะเป็นทางออกที่ตอบโจทย์ที่สุดในการแก้ปัญหาแอร์ไม่เย็นได้ โดยฟิล์มติดกระจกบ้านมีคุณสมบัติ :
- สะท้อน/บล็อกความร้อนจากแสงแดด: ลดความร้อนสะสมที่ส่องผ่านกระจกเข้ามาในห้อง
- ลดอุณหภูมิห้องโดยรวม: เมื่อความร้อนเข้าห้องได้น้อยลง แอร์ก็ไม่จำเป็นต้องทำงานหนักเพื่อสู้กับความร้อน
- ทำให้แอร์มีโอกาศไปถึง องศาที่ตั้งไว้ได้จริง: ช่วยเพิ่มศักยภาพให้เครื่องปรับอากาศสามารถทำความเย็นไปถึงจุดที่คุณตั้งเป้าไว้ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น
- ประหยัดค่าไฟระยะยาว: คืนทุนค่าติดฟิล์มได้จากส่วนต่างค่าไฟที่ลดลงในแต่ละเดือน
สรุป
การตั้งแอร์ให้มีอุณหภูมิที่ต่ำมากๆ ในวันที่อากาศร้อนจัดแบบนี้ ไม่ใช่ทางออกของการทำให้ห้องเย็นเสมอไป หากแอร์ไม่เย็น หรือ ทำอุณหภูมิไม่ถึง แนะนำให้ปรับอุณหภูมิขึ้นตามที่แอร์รับไหวเพื่อประหยัดไฟ หรือหากต้องการความเย็นฉ่ำที่แท้จริงและประหยัดไฟในระยะยาว การติดฟิล์มกรองแสงอาคาร คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดในการปกป้องบ้านของคุณจากความร้อนนั่นเอง
🌡️“มากกว่าแค่การติดตั้ง คือการได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง” มั่นใจไปกับทีม DECORISTA ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ที่จะกลั่นกรองทุกโซลูชันเรื่องฟิล์มอาคารมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ >>Infinity Design
ติดต่อวัดพื้นที่ประเมินราคา
วางแผนให้มั่นใจก่อนตัดสินใจ
ประเมินราคาตามตารางฟุตจริง พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดูหน้างาน
พร้อมดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน
ไอเดียการแต่งบ้าน
ด้วย "ฟิล์มอาคาร"
ชมไอเดียการตกแต่งบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม
ด้วยฟิล์มอาคารได้อีกมากมาย
ใส่ความเห็น