อากาศร้อนจัด! ติดฟิล์มบ้าน ลงทุนครั้งเดียวคุ้มค่าไฟระยะยาว? | Infinity Design

อากาศร้อนจัด! ติดฟิล์มบ้าน ลงทุนครั้งเดียวคุ้มค่าไฟระยะยาว?

Home Careอากาศร้อนจัด! ติดฟิล์มบ้าน ลงทุนครั้งเดียวคุ้มค่าไฟระยะยาว?
อากาศร้อนจัดแบบนี้! ติดฟิล์มบ้าน คุ้มค่าไฟระยะยาวจริงหรือ (3)

อากาศร้อนจัด! ติดฟิล์มบ้าน ลงทุนครั้งเดียวคุ้มค่าไฟระยะยาว?

ในวันที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับสภาวะ อากาศร้อนจัด อย่างต่อเนื่องแบบนี้ การเปิดเครื่องปรับอากาศแทบจะเป็นทางออกเดียวที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างมีความสุข แต่ผลที่ตามมาคือบิลค่าไฟฟ้าที่พุ่งสูงจนน่าตกใจ หลายคนจึงเริ่มมองหาวิธีการลดความร้อนสะสมในอาคารอย่างยั่งยืน และ “การติดฟิล์มกรองแสง” คือการลงทุนที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าคุ้มค่าที่สุดในระยะยาว วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกตัวเลขค่าไฟ และวิธีที่ฟิล์มช่วยให้คุณประหยัดเงินในกระเป๋าได้ในระยะยาว

สถานการณ์ค่าไฟในประเทศไทยในปัจจุบัน

ค่าไฟในประเทศไทย

ปัจจุบันอัตราค่าไฟฟ้าเฉลี่ยในประเทศไทยจะอยู่ที่ประมาณ ~4.18 – 4.25 บาทต่อหน่วย (อ้างอิงข้อมูลปี 2567-2568) ซึ่งถือเป็นต้นทุนคงที่ที่ค่อนข้างสูงสำหรับทุกบ้าน โดยเฉพาะในช่วงที่อุณหภูมิภายนอกสูงกว่า 38-40 องศาเซลเซียส (ในบางพื้นที่อาจสูงถึง 43 องศาเซลเซียส) ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าประเภททำความเย็นมักจะถูกใช้งานหนักกว่าปกติหลายเท่าตัว

จำลองเปรียบเทียบการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้า 2 ชนิด หากเปิดใช้งานเฉลี่ยวันละ 8 ชั่วโมงต่อวัน

  • เครื่องปรับอากาศ (แอร์) : สำหรับแอร์ที่มีการเปิดใช้งานในห้องที่รับแดดโดยตรงจะกินไฟอยู่ที่ประมาณ 0.8 – 1.2 หน่วย/ชั่วโมง (สำหรับแอร์ 25 องศาเซลเซียส) โดยจะส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายประมาณ 30 – 45 บาท/วัน หรือคิดเป็นค่าไฟก็จะประมาณ 900 – 1,300+ บาท/เดือน
  • พัดลม: เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดนี้กินไฟน้อยกว่ามาก โดยเฉลี่ยพัดลมขนาด 16-18 นิ้วจะกินไฟเพียง ~0.35+ หน่วย/ชั่วโมง (ขึ้นอยู่กับขนาดใบพัดและระดับความแรงที่เปิด) ทำให้ค่าไฟมักจะตกเพียงเดือนละประมาณ 60 – 90 บาทเท่านั้นเอง

เนื้อหาที่คุณอาจสนใจ :

>> ตั้งแอร์ 20 องศาแล้วแต่ทำไมแอร์ไม่เย็น?

>> เปลี่ยนแอร์ใหม่ vs ติดฟิล์ม แบบไหนคุ้มกว่ากัน?

การติดฟิล์มกรองแสงบ้านช่วยยังไง?

ติดฟิล์มกรองแสงบ้านช่วยยังไง

การทำงานของฟิล์มกรองแสงอาคารคุณภาพสูงไม่ได้เป็นเพียงการลดแสงจ้าเท่านั้น แต่คือการใช้เทคโนโลยีเซรามิกในการสะท้อนรังสีความร้อน (Infrared) ออกไปจากตัวกระจกก่อนที่จะเข้ามาสะสมภายในบ้าน รวมไปถึงมีการใช้เทคโนโลยีที่ทำให้ตัวฟิล์มดูดซับความร้อนให้อยู่แค่ที่ตัวกระจก

โดยปกติกระจกใสทั่วไปจะยอมให้ความร้อนผ่านเข้ามาได้ประมาณ 89% แต่เมื่อติดฟิล์มกรองแสงที่ได้มาตรฐาน จะสามารถที่จะลดความร้อนรวมได้มากถึง 52% – 70% เลยทีเดียว

ผลลัพธ์ที่เห็นได้ชัดคือ “อุณหภูมิภายในห้องที่ลดลงจริง” ทำให้เมื่อห้องเย็นลง คอมเพรสเซอร์แอร์จะทำงานน้อยลงและตัดการทำงานบ่อยขึ้น ซึ่งเป็นการประหยัดพลังงานโดยตรงที่ต้นเหตุในระยะยาว

สรุปการลงทุนในระยะยาวที่ “คุ้มค่ากว่าที่คิด”

แม้ว่าการติดฟิล์มกรองแสงอาคารจะมีต้นทุนเริ่มต้นที่ค่อนข้างสูง แต่หากพิจารณาจาก “จุดคืนทุน” (Payback Period) จะพบว่าคุณสามารถคืนทุนได้ภายในเวลาเพียงไม่กี่ปีหลังจากนั้นตลอดอายุการใช้งานของฟิล์มที่ยาวนานถึง 7 – 10 ปี เงินส่วนต่างของค่าไฟฟ้าที่ลดลงจะกลายเป็น “กำไร” ที่คุณได้รับกลับมาในทุกๆ เดือนนั่นเอง

ดังนั้นในช่วงที่ อากาศร้อนจัด แบบนี้ การเลือกติดฟิล์มกรองแสงจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสบายเพียงอย่างเดียว แต่คือการบริหารจัดการงบประมาณภายในบ้านที่ชาญฉลาดที่สุดทางหนึ่ง

🌡️”มากกว่าแค่การติดตั้ง คือการได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง” มั่นใจไปกับทีม DECORISTA ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ที่จะกลั่นกรองทุกโซลูชันเรื่องฟิล์มอาคารมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ >>Infinity Design 

ติดต่อวัดพื้นที่ประเมินราคา

วางแผนให้มั่นใจก่อนตัดสินใจ
ประเมินราคาตามตารางฟุตจริง พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดูหน้างาน

พร้อมดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

ติดต่อวัดพื้นที่ประเมินราคา

พร้อมดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

ไอเดียการแต่งบ้าน
ด้วย "ฟิล์มอาคาร"

ชมไอเดียการตกแต่งบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม
ด้วยฟิล์มอาคารได้อีกมากมาย