ผ้าม่าน Blackout คือ ผ้าม่านทึบแสงที่ป้องกันแสงได้สูงสุดถึง 100% โดยมีคุณสมบัติหลักคือการกันแสง, ลดความร้อน, และช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัว เหมาะสำหรับห้องที่ต้องการความมืดสนิท เช่น ห้องนอน ช่วยให้การนอนหลับดีขึ้นกว่าเดิม
รับโปรโมชั่นพิเศษสำหรับผู้ที่สนใจ!!
แอดไลน์หรือโทรเลย รับคำปรึกษา + นัดวัดพื้นที่ฟรีทันที!!
ผ้าม่าน Blackout มีกี่ประเภท?
ผ้าม่าน Blackout (แบล็คเอาท์) เนื้อผ้าหลักจะทำมาจากวัสดุอย่าง โพลีเอสเตอร์ หรือโพลีเอสเตอร์ผสมคอตตอน แต่การเคลือบหรือทอด้านหลังผ้า Blackout นั้น จะใช้วัสดุที่ต่างกันดังนี้
1.ผ้าม่าน Blackout ชนิดเคลือบโฟม (FOAM COATING)
Blackout ชนิดเคลือบโฟม โดยจะเคลือบโฟมบริเวณด้านหลังผ้า ให้สัมผัสคล้ายฟองน้ำบางๆเคลือบอยู่ โดยมีให้เลือกทั้งแบบเคลือบโฟม 2 ชั้น และ 3 ชั้น การเคลือบโฟมจะไม่สามารถซักได้ เพราะจะทำให้โฟมด้านหลังผ้าหลุดร่อนได้แนะนำเป็นวิธีดูดไรฝุ่นแทน
2.ผ้าม่าน Blackout ชนิดเคลือบซิลิโคน (SILICONE COATING)
Blackout ชนิดเคลือบซิลิโคลน จะเคลือบด้านหลังของผ้าด้วยซิลิโคนสูงสุดถึง 4 ชั้น แต่การซักอาจต้องระวังมารถซักทำความสะอาดได้ โดยใช้โหมดซักถนอมผ้าสำหรับผ้าบางเบา ในอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศาเท่านั้น
3.ผ้าม่าน Blackout ชนิดหลังผ้า (FABRIC BACKING)
Blackout ชนิดหลังผ้า จะนำผ้า 2 ชิ้นมาประกบติดกันโดยตรงกลางจะเคลือบด้วยวัสดุป้องกันแสงผ่านให้สัมผัสนิ่มนวลทั้ง 2 ด้าน เนื่องจากเป็นผ้าประกบกันทั้งด้านหน้า และด้านหลัง แบบหลังผ้าก็สามารถซักได้เหมือนรุ่นซิลิโคลนโดยใช้โหมดถนอมผ้าสำหรับผ้าบางเบา ในอุณหภูมิไม่เกิน 30 องศา
ถึงแม้ผ้าม่าน Blackout จะกันแดดได้ดีเยี่ยม แต่ข้อเสียคืออาจทำให้บรรยากาศห้องดู ‘แข็ง’ หรือทึบตันได้ครับ แนะนำให้ติด ผ้าม่านโปร่งสีขาว ซ้อนเข้าไปอีกชั้น จะช่วยกรองแสงให้นุ่มนวลและทำให้ห้องดูพริ้วไหว สบายตาขึ้นเป็นกอง >> ความลับห้องในฝัน!! 10 ไอเดียเปลี่ยนบ้านให้น่าอยู่ ด้วยม่านโปร่ง
ผ้าม่านกันแสงแบบ Blackout กับ Dimout ต่างกันยังไง?
ตามข้างต้นเป็นอันทราบอยู่แล้วว่าผ้า Blackout สามารถกันแสงได้แบบ 100% แล้วความแตกต่างกับ ผ้าม่าน Dimout ล่ะต่างกันอย่างไร ใช่แล้วค่ะ Dimout คือ (ผ้าม่านชนิดแสงผ่านได้) และเป็นที่นิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะแสงลอดผ่านได้ 10 – 40% คือไม่โปร่งจนเกินไป และไม่ทึบจนเกินไป
เหมาะกับทุกห้องที่ต้องการบังแสง บังสายตา แต่ห้องยังคงสว่างอยู่บ้าง และสีผ้ามีให้เลือกหลากหลายทำให้แต่งห้องได้หลายสไตล์ ที่สำคัญราคาไม่แพง สามารถเลือกตามงบประมาณที่ต้องการได้ >> ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ ฟรี!! ไม่มีค่าใช้จ่าย นัดด่วน!!
ผ้าม่าน Blackout เหมาะกับห้องแบบไหน
เนื่องจากคุณสมบัติการบล็อกแสงได้ 100% ผ้าม่าน Blackout จึงสามารถนำมาใช้ได้ในหลายห้อง เช่น
- ห้องที่ต้องโดนแดดจัดส่องตลอดทั้งวัน เพื่อป้องกันความร้อนและแสงยูวี
- ห้องนอนสำหรับคนที่ต้องการนอนกลางวัน หรือมักจะถูกรบกวนจากแสงภายนอกเป็นประจำ
- ห้องดูหนัง ห้องโฮมเธียเตอร์ เพื่อจำลองบรรยากาศโรงหนัง
ข้อดีของผ้าม่าน Blackout
- สามารถกันแสงได้ 100% ช่วยให้ห้องมืดสนิท ป้องกันแสงแดดและแสงรบกวนจากภายนอก เช่น ไฟถนน ทำให้หลับได้สนิทขึ้นทั้งกลางวัน และกลางคืน
- ช่วยลดความร้อนในห้องได้ 2-4 องศาเซลเซียส ป้องกันความร้อนจากแสงแดด
- ป้องกันรังสี UV ที่เป็นอันตรายต่อผิว และทำให้เฟอร์นิเจอร์สีซีดจางเร็ว
นอกจากนี้ผ้าม่าน Blackout ในบางคอลลเลคชั่นยังมีคุณสมบัติพิเศษอีก คือ สามารถป้องกันการลามไฟ (Flame Retardant) รวมถึงมีรุ่นที่สามารถ ลดการสะสมของฝุ่น (ALLERGY CARE) ได้อีกด้วย
ข้อเสียของผ้าม่าน Blackout
- เนื้อผ้าจะแข็งกว่าชนิด Dimout ก็จะทำให้ขึ้นลอนไม่สวยเท่าที่ควร
- หากผ้าเกิดรอยยับรีดคลายได้ยาก หรือหากเป็นกรณีเลือกใช้แบบชนิดเคลือบโฟมยิ่งอาจทำให้เป็นรอยได้ถาวร
- อายุการใช้งาน ชนิดเคลือบโฟม และ เคลือบซิลิโคลน อาจสั้นกว่ารุ่น หลังผ้า หรือรุ่น Dimout ทั่วไปเพราะอาจเกิดการหลุดร่อนได้
มีข้อดีก็ต้องมีข้อเสียเป็นธรรมดา หลีกเลี่ยงไม่ได้ หรือจะให้ครบทีเดียวเลยก็ต้องรอนวัตกรรมใหม่ๆอีกทีงานนี้ก็ขอแนะนำให้เลือกตามการใช้งานจริงเปนหลักก็แล้วกันนะคะ
ผ้าม่าน Blackout ซักได้มั้ย?
1.ชนิดเคลือบโฟม : เป็นผ้าม่านที่เคลือบด้านหลังด้วยโฟม มีความเสี่ยงในเรื่องของการหลุดของโฟม รอยพับ ยับ หัก ซึ่งเกิดได้ง่ายมากๆ ทำให้ในส่วนของการซักจะทำได้ค่อนข้างยาก และหากโดนน้ำแล้วนำไปตากมักเกิดปัญหาเนื้อโฟมมักติดกัน หลายๆร้านไม่รับซักผ้าหลังโฟม แต่เลือกใช้ บริการดูดไรฝุ่นแทน
2.ชนิดเคลือบซิลิโคน :พัฒนาขึ้นมาจากชนิดเคลือบโฟม มีความยืดหยุ่นมากกว่าสามารถซักและรีดได้ แต่ปัญหาเรื่อง รอบพับ ยับ ยังมีอยู่ หากแนะนำการทำความสะอาดด้วยวิธี ดูดไรฝุ่นอาจจะเหมาะกว่า แต่หากจำเป็นต้องซักจริงๆอาจต้องใช้บริการจากผู้เชียวชาญเท่านั้น!
3.ชนิดหลังผ้า :ด้านหลังจะซับเป็นผ้าชนิดเดียวกันกับด้านหน้า หรือเป็นคนละสีก็แล้วแต่แบรนด์ผ้านั้นๆ แต่การดูแลจะทำได้ง่าย เพราะสามารถซักและรีดได้แบบปกติเหมือนผ้า Dimout นั้นเอง แต่เนื่องด้วยผ้าอาจจะมีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก หากทำคนเดี๋ยวไม่ไหวแนะนำส่งซักกับผู้ให้บริการโดยตรง หรือหากเป็นลูกค้าของInfinity Designอยู่แล้วก็สามารถเรียกใช้บริการได้เลยค่ะ
Tips แต่งบ้าน
ไม่ควรพลาด!
รวมเทคนิคการตกแต่งบ้าน คอนโด ให้สวย น่าอยู่ และตอบโจทย์การใช้งานจริง
ติดต่อวัดพื้นที่
ประเมินราคา
สนใจบริการ ติดตั้ง ผ้าม่าน วอลเปเปอร์ ฟิล์มอาคาร โทรนัดวัดพื้นที่ ประเมินราคาฟรี!