ติด “ฟิล์มกันความร้อน” อย่างไรให้บ้านสวยและเย็น? | Infinity Design

ติด “ฟิล์มกันความร้อน” อย่างไรให้บ้านสวยและเย็น?

Home Careติด “ฟิล์มกันความร้อน” อย่างไรให้บ้านสวยและเย็น?
ติด “ฟิล์มกันความร้อน” อย่างไรให้บ้านสวยและเย็น?

ติด “ฟิล์มกันความร้อน” อย่างไรให้บ้านสวยและเย็น?

หลายคนมักมีความเชื่อผิดๆ ว่า “ถ้าอยากให้บ้านเย็น ต้องเลือกติดฟิล์มกันความร้อนที่มืดที่สุด” แต่รู้หรือไม่ว่าการตัดสินใจผิดเพียงครั้งเดียว อาจเปลี่ยนบรรยากาศบ้านที่คุณตั้งใจตกแต่งมาอย่างดีให้กลายเป็นความหม่นหมองไปอีกกว่า 10 ปี!

ในวันนี้ เราจะพาไปเจาะลึกว่าทำไมการเลือกฟิล์มที่ความเข้มสูงเกินไปถึงอาจไม่คุ้มค่า และทำไม “ฟิล์มใสแต่กันร้อนสูง” ถึงเป็นทางเลือกที่ตอบโจทย์บ้านยุคใหม่ได้ดีกว่าเยอะ

1. การติด “ฟิล์มมืด” อาจทำลาย Mood & Tone ของบ้านที่คุณรัก

การติด _ฟิล์มมืด_ อาจทำลาย Mood & Tone ของบ้านที่คุณรัก

หลายคนอาจทุ่มเงินหลายแสนหรือหลายล้านบาทไปกับการออกแบบภายใน การเลือกเฟอร์นิเจอร์ และการคุมโทนสีบ้าน แต่กลับตกม้าตายไปกับการติด ฟิล์มกันความร้อนที่มืดเกินไป จนทำให้สีสันภายในบ้านเพี้ยนไปหมด

กลับกลายเป็นว่าบรรยากาศที่ควรจะโปร่งโล่ง สบายตา กลายเป็นความรู้สึกเหมือน “วันที่ฝนตก” ตลอดเวลา ซึ่งนอกจากจะทำให้บ้านดูแคบลงแล้ว ยังส่งผลต่อสุขภาพจิตของผู้อยู่อาศัยที่ไม่ได้สัมผัสแสงธรรมชาติที่เพียงพออีกด้วย

2. ติดฟิล์มเพื่อประหยัดไฟ แต่กลับต้องเปิดไฟทั้งวัน?

ติดฟิล์มเพื่อประหยัดไฟ แต่กลับต้องเปิดไฟทั้งวัน

เป้าหมายหลักของการติดฟิล์มกรองแสงอาคารคือการประหยัดพลังงาน แต่ถ้าคุณเลือกฟิล์มมืดจนแสงสว่างส่องผ่านได้น้อยเกินไป (Visible Light Transmitted ต่ำ) ผลที่ตามมาคือคุณต้องเปิดไฟส่องสว่างภายในบ้านทิ้งไว้ตลอดทั้งกลางวัน

ดังนั้นคำถามคือ: เมื่อต้องจ่ายค่าไฟเพื่อเปิดแสงสว่างชดเชยขนาดนี้ แล้วเราจะประหยัดค่าไฟจากการลดการทำงานของแอร์ได้กี่โมง? การเลือกฟิล์มที่แสงผ่านได้พอเหมาะจึงเป็นกุญแจสำคัญของการประหยัดพลังงานที่แท้จริงต่างหาก

3. ความจริงเรื่อง “เปอร์เซ็นต์การลดความร้อนรวม” (TSER)

เป็นความจริงที่ฟิล์มสีเข้มมักมีค่าการลดความร้อนรวม (TSER) สูงกว่าฟิล์มใส แต่ในปัจจุบันเทคโนโลยีฟิล์มเซรามิคหรือฟิล์มนาโนได้พัฒนาไปไกลมาก และ เมื่อคำนวณออกมาเป็นความรู้สึกจริงของร่างกายมนุษย์

จะมีส่วนต่างเพียงไม่กี่ % ซึ่งนั่นแทบจะไม่รู้สึกถึงความแตกต่างเลย แต่สิ่งที่ต่างกันอย่างชัดเจนคือ “ทัศนียภาพ” และ “ความสวยงามของบ้าน” ซึ่งฟิล์มใสมอบให้ได้มากกว่าอย่างเทียบไม่ได้นั่นเอง

ด้วยเหตุนี้ ฟิล์มติดอาคารในปัจจุบันจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ “ฟิล์มดำ” อีกต่อไป หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากรักษาความสวยงามของตัวบ้าน และไม่อยากเสียวิสัยทัศน์ดีๆ เมื่อมองออกไปนอกหน้าต่าง การเลือกใช้เทคโนโลยีฟิล์มให้ถูกประเภทคือคำตอบ

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น ทางเราขออนุญาตยกตัวอย่าง 2 ซีรีส์ฟิล์มยอดนิยม

CA-Series-Banner

ฟิล์มอาคาร 3M รุ่น Ceramic Arch Interior

ฟิล์มติดกระจกบ้านที่สามารถป้องกันรังสีอินฟราเรดและลดความร้อนได้อย่างดีเยี่ยมโดยเนื้อฟิล์มยังคงความใส

Solar Gard Silver Series TH

ฟิล์มอาคาร Solar Gard รุ่น Silver Series

ฟิล์มกรองแสงอาคารมาตรฐาน USA ที่มาพร้อมความสบายตาและสะท้อนความร้อน หรือ ลดแสงจ้าได้ดีเยี่ยม

4. ติดฟิล์มผิด ชีวิตเปลี่ยนไปอีก 10 ปี!!

ติดฟิล์มผิด ชีวิตเปลี่ยนไปอีก 10 ปี!!

ฟิล์มกรองแสงคุณภาพดีจะมีอายุการใช้งานยาวนาน 7-10 ปี หากคุณเลือกผิดเพียงเพราะคิดว่า “มืดไว้ก่อนน่าจะดี” คุณจะต้องจมอยู่กับความมืดสลัวนั้นไปอีกทศวรรษ หรือไม่ก็ต้องเสียเงินซ้ำซ้อนเพื่อลอกออกและติดใหม่ ซึ่งเสี่ยงต่อการทำให้ตัวกระจกเสียหายได้

ทำไมการเลือกฟิล์มใสจึงเป็นคำตอบที่คุ้มค่ากว่า?

สรุปแล้วการเลือกฟิล์มกันความร้อนแบบใสจะช่วยรักษา Mood and Tone ของบ้านให้ดูโปร่งโล่งและสบายตาตามที่ตั้งใจออกแบบไว้แต่แรก อีกทั้งยังประหยัดไฟในระยะยาวอย่างแท้จริง นอกจากนี้ฟิล์มใสยังสามารถสะท้อนความร้อนได้ดีเยี่ยมไม่ต่างจากฟิล์มสีเข้มมากนัก ทำให้คุณได้รับทั้งความเย็นกายและความสุขทางใจ โดยไม่ต้องแลกกับบรรยากาศที่มืดสลัวจนเกินไปเลยแม้แต่น้อย

🌡️”มากกว่าแค่การติดตั้ง คือการได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง” มั่นใจไปกับทีม DECORISTA ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ที่จะกลั่นกรองทุกโซลูชันเรื่องฟิล์มอาคารมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ >>Infinity Design 

ติดต่อวัดพื้นที่ประเมินราคา

วางแผนให้มั่นใจก่อนตัดสินใจ
ประเมินราคาตามตารางฟุตจริง พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดูหน้างาน

พร้อมดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

ติดต่อวัดพื้นที่ประเมินราคา

พร้อมดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน

ไอเดียการแต่งบ้าน
ด้วย "ฟิล์มอาคาร"

ชมไอเดียการตกแต่งบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม
ด้วยฟิล์มอาคารได้อีกมากมาย