“อยากลดความร้อนให้บ้าน แต่ไม่แน่ใจว่า ติดฟิล์มกระจกบ้านราคาเท่าไหร่?” เป็นคำถามยอดฮิตของคนที่ต้องการแก้ปัญหาบ้านร้อนอบอ้าว โดยทั่วไป สำหรับข้อสงสัยว่าติดฟิล์มกระจกบ้านราคาเท่าไหร่นั้น งบประมาณสุทธิจะขึ้นอยู่กับปัจจัยหลักๆ คือ ขนาดพื้นที่กระจกทั้งหมด และ ประเภทของฟิล์มกรองแสง ที่คุณเลือกนั่นเอง
ในบทความนี้เราจะช่วยให้คุณเข้าใจเรื่องราคา ลดความกังวลเรื่องงบบานปลาย และหากไม่สะดวกประเมินเอง เรามีบริการคำนวณราคาให้ฟรีผ่าน LINE อีกด้วย!
สรุปบทความนี้ :
ติดฟิล์มกระจกบ้านราคาเท่าไหร่ ขึ้นอยู่กับปัจจัยอะไรบ้าง?
ราคาของการติดฟิล์มกรองแสงบ้าน จะถูกกำหนดโดยปัจจัยหลัก 2 อย่าง ดังนี้:
1. ขนาดพื้นที่กระจก
ขนาดพื้นที่กระจกเป็นปัจจัยที่สำคัญมาก เพราะยิ่งจำนวนหน้าต่างเยอะ หรือบานกระจกมีขนาดใหญ่ พื้นที่รวมก็ยิ่งมาก ทำให้ราคาสูงขึ้นตามปริมาณฟิล์มที่ต้องใช้ โดยปกติแล้วบ้านแต่ละหลังจะมีจุดที่ต้องรับแสงแตกต่างกันไป
ซึ่งกระจกทุกบานที่คุณต้องการติดฟิล์ม จะถูกนำมาวัดขนาดความกว้างและความสูง เพื่อคำนวณหาพื้นที่รวมทั้งหมด ยิ่งตารางฟุตเยอะ ก็จะส่งผลต่อราคาประเมินรวมนั่นเอง
2. เกรด และประเภทของฟิล์มกรองแสง
ฟิล์มแต่ละรุ่นไม่ได้ต่างกันแค่ความเข้ม หรือเปอร์เซ็นต์กันร้อน แต่ยังต่างกันทั้งเทคโนโลยี ความใส การสะท้อน ความคงทน รวมถึงความน่าเชื่อถือของข้อมูลประสิทธิภาพ จึงทำให้ราคาต่อตารางฟุตแตกต่างกันค่อนข้างมาก
อีกเรื่องที่สำคัญคือ ความน่าเชื่อถือของผลทดสอบ
เพราะตัวเลข “กันร้อนกี่เปอร์เซ็นต์” ใครๆ ก็สามารถนำมาใช้สื่อสารได้ แต่ผลที่ได้ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ทั้งวิธีการทดสอบ ชนิด และความหนาของกระจก รวมถึงเงื่อนไขที่ใช้ในการวัด
Infinity Design เลือกใช้ฟิล์มจาก 3M และ Solar Gard ซึ่งมีข้อมูลทางเทคนิค อ้างอิงวิธีการทดสอบ หรือคำนวณจากสถาบันที่น่าเชื่อถืออย่าง NFRC ในสหรัฐฯ
ฟิล์มที่พบในการใช้งานบ้านมีหลายลักษณะ เช่น
- ฟิล์มปรอท: สะท้อนแสง และกันความร้อนได้ดี ราคาปานกลาง (แต่กระจะมีความสะท้อนมากขึ้น)
- ฟิล์มเซรามิค (ยอดฮิต!): ช่วยลดความร้อนได้ดี เหมาะกับบ้านที่ต้องการสมดุลระหว่างการลดร้อน และความสวยงามของกระจก
- ฟิล์มใสกันความร้อน: เน้นโชว์วิว ทัศนวิสัยเคลียร์ชัด พร้อมกันร้อนได้สูง แต่ราคามักจะอยู่ในกลุ่มพรีเมียม
💡 เคล็ดลับเซฟงบ: ติดหลายบาน อาจช่วยบริหารงบได้คุ้มขึ้น
รู้หรือไม่ครับ? การติดฟิล์มหลายๆ บานพร้อมกัน หรือตัดสินใจติดทั้งหลัง มักจะทำให้ราคาถูกลงอย่างเห็นได้ชัด
เหตุผลก็คือ: ปกติแล้วทางร้านจะขายฟิล์มมาเป็นม้วน (คิดตามหน้ากว้างของฟิล์ม) หากหน้างานมีกระจกหลากหลายขนาดคละกัน ทั้งบานประตูใหญ่ หน้าต่าง และช่องแสงเล็กๆ ช่างผู้ชำนาญจะสามารถนำ “เศษฟิล์ม” ที่เหลือจากการตัดบานใหญ่ ไปใช้กับกระจกบานเล็กๆ ได้
ซึ่งการบริหารหน้าฟิล์มแบบนี้ ช่วยลดการทิ้งเศษฟิล์มโดยเปล่าประโยชน์ (Waste) ทำให้คุณได้ใช้งานฟิล์มคุ้มค่าทุกตารางนิ้ว และช่วยประหยัดงบประมาณโดยรวมได้ดีมากๆ นั่นเอง!
ง่ายๆ!! เพียงวัดขนาดแล้วทักแชท!!
ไม่ต้องปวดหัวนั่งคำนวณสูตรตารางเมตรหรือตารางฟุตให้ยุ่งยาก! หากคุณอยากทราบงบประมาณคร่าวๆ เพื่อประกอบการตัดสินใจ สามารถทำได้ง่ายๆ เพียง:

เพียงใช้ตลับเมตรวัด ความกว้าง x ความสูง ของกระจกแต่ละบานในวงกบหน้าต่าง (ใช้หน่วยเป็นเซนติเมตร หรือ เมตร ก็ได้)

Example Title 2
จดขนาดกระจกของแต่ละบานว่ามีขนาดเท่าไหร่บ้าง

Example Title 3
เราพร้อมแปลงขนาดที่คุณวัด ให้เป็นราคาประเมินเบื้องต้นแบบแม่นยำ พร้อมแนะนำเรทราคาของฟิล์มแต่ละเกรดให้คุณเปรียบเทียบได้ทันที
ไม่มีเวลาวัดเอง? กลัวกะขนาดพลาด?
หากอ่านมาถึงตรงนี้แล้ว ถ้าคุณยังกังวลว่า ติดฟิล์มกระจกบ้านราคาเท่าไหร่? จะเกินงบที่ตั้งไว้ไหม หรือไม่สะดวกหาตลับเมตรมาวัดพื้นที่เอง ไม่จำเป็นต้องกังวลเลย ให้ทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเราช่วยดูแลให้ ฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย เพียงแค่ :
1. ทักแชทหาเรา @infinitydesign ถ่ายรูปกระจกบานที่ต้องการติดฟิล์ม
2. แจ้งประเภทห้อง หรือจำนวนบานคร่าวๆ มาให้เรา
เพียงเท่านี้ เราก็สามารถที่จะประเมินราคาเบื้องต้นให้ทันที รวมถึงให้บริการให้คำปรึกษาในการเลือกประเภทฟิล์มที่อยู่ในงบประมาณของคุณมากที่สุดได้เลยทันที
🌡️”มากกว่าแค่การติดตั้ง คือการได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง” มั่นใจไปกับทีม DECORISTA ที่มีประสบการณ์มากกว่า 15 ปี ที่จะกลั่นกรองทุกโซลูชันเรื่องฟิล์มอาคารมาเพื่อคุณโดยเฉพาะ >>Infinity Design
ไอเดียการแต่งบ้าน
ด้วย "ฟิล์มอาคาร"
ชมไอเดียการตกแต่งบ้าน คอนโด ทาวน์โฮม
ด้วยฟิล์มอาคารได้อีกมากมาย
ติดต่อวัดพื้นที่ประเมินราคา
วางแผนให้มั่นใจก่อนตัดสินใจ
ประเมินราคาตามตารางฟุตจริง พร้อมเจ้าหน้าที่เข้าดูหน้างาน
พร้อมดูแลและให้คำแนะนำทุกขั้นตอน
ใส่ความเห็น